หมูผัดกะปิราดข้าว
posted on 02 May 2006 19:27 by yoyoyai"โต๊ะสองรับอะไรดีครับ" พ่อครัวถาม
"ข้าวคลุกกะปิ!"
"ฮะ! สั่งตัดหน้ากันนี่หว่า.....งั้นของผมเอาเป็นหมูผัดกะปิราดข้าวครับ" ผมตอบด้วยอาการเซ็งๆ ไม่เซ็งได้ไงละ ก็อุตส่าคิดเมนูไว้ในใจแล้วไม่อยากให้ซ้ำของใคร
(ไม่รู้คุณเป็นแบบผมรึป่าว กินอาหารซ้ำแบบใครบนโต๊ะเดียวกันจะไม่อร่อย)
เพื่อนสะกิดแล้วพูด "เฮ่ยอย่าสั่งเลยหมูผัดกะปินะ เชื่อกู"
"ไมวะ!?!"
"เดี๋ยวเสาร์นี้กูทำให้กิน"
"หงะ! อีกละ"..." มึงบอกกูแบบนี้ตอนอยู่ภูเก็ตจำได้มั้ย จนคลื่นสึนามิพัด และก็อพยพมาอยู่ที่สมุยนี่กูยังไม่ได้กินเลย" ผมพูดเตือนเพื่อนที่พยายามจะพัดกะปิกับหมูมาหลายครั้งเวลาผมสั่งเมนูนี้
"กูรับลองเสาร์นี้กูว่าง ได้กินชัว ได้กินแน่ๆ ดูปากกูนี่....ด่ายยยย...กีนนนน..."
"ได้กูจะรอกินของมึง แต่วันนี้กูจะชิมก่อนว่าของที่นี่ กับที่มึงทำอันไหนจะอร่อยกว่ากัน"
ก้มหน้าก้มตากินหมูผัดกะปิราดข้าวอย่างอร่อยก่อนเวลาจะผ่านไปจนถึงเช้าวันเสาร์
เสียงไก่ชนกว่า 10 ตัวที่อยู่ในซุ้มขันสะเทือนไปทั้งบ้านปลุกให้ตื่นขึ้นมาจัดการกับภาระหน้าที่ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์
ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ดูเวลาก็สิบโมงกว่าแล้วเจ้าพ่อครัวยังหลับอยู่เลย
"เฮ่! ตื่นๆ หมูผัดกะปิงะเมื่อไหร่ได้กินวะ"
ไอเพื่อนตัวแสบยังคงนอนเฉยซักพักก็เงยหน้าขึ้นมาทั้งแบบที่ตายังปิดอยู่ "ฮือ...ตลาดปิดแล้วหวะป่านนี้ไว้พรุ่งนี้นะ" แค่นี้ครับ มันพูดเพียงแค่นี้แล้วมันก็มุดหัวเข้าใต้ผ้าห่ม ทุกอย่างเป็นไปในรูปเดิมครับคือ.....ไม่ได้กิน....อย่าไปคิดมาก
แล้วเวลานั้นก็มาถึงครับ.. หมูผัดกะปิยังไม่ได้กินครับ แต่สงกรานต์มาถึงแล้ว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
หัวเราะชอบใจ ได้ไปชุมพร แต่ก่อนไปเพื่อนมันสั่งไว้ว่า (ไอคนที่จะผัดกะปิใส่หมูให้กินนั่นแหละครับ)
"มึงเอาน้ำบูดูมาฝากกูด้วยนะโว่ย!" (น้ำบูดูคล้ายๆกับปลาร้านะครับไว้คราวหน้าจะเอามาให้ได้เสพกัน)
"เออ" โม้มันไว้มากครับสรรพคุณมากขนาดไหน อวดหมดแล้วเหลือแต่เอามาให้กินและก็ตั้งใจจะเอามาฝากหลายๆคน
นั่งเรือจากเกาะสมุยถึงท่าเรือดอนสัก (สุราษฯ) ประมาณ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทนเหม็นอัพในรถตู้อีก 2 ชั่วโมงก็ถึงชุมพรแล้วครับ
สงกรานต์สนุกสดชื่น เปียกปอนกันถ้วนหน้า ได้รับพรจากพ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ ก่อนจะหอบบุญกลับมาสมุย
เดินทางกลับมาสมุยนี่เหนื่อยใช่เล่น (เหนื่อยยังไงไว้จะเล่าให้ฟังพร้อมน้ำบูดูนะครับ)
ความเมื่อยล้ามันเพิ่มแรงดึงดูดให้กับโลกมากขึ้น เลยยอมแพ้ไม่อยากต้านทานมัน ปล่อยตัวให้ร่วงหล่นกระแทกกับเบาะนุ่มๆ เด้งกระดอน อีก 2 ทีเบาๆ อื่ม....ม.. สบาย.............
"แล้วเธอชื่อไรละ" เอิ้ก ! มีผู้หญิงสนใจอยากรู้จักชื่อผม บอกจริงๆเลยดีมั้ยหรือจะอำสร้างความตื่นเต้นไปก่อน
"ใหญ่!" เอิ้ก อีกที เธอรู้จักผม!? เป็นไปได้ไงยังไม่ได้บอกชื่อเลย
"ไอใหญ่!" ผมสะดุ้งและทุกอย่างสว่างจ้า... เพราะผมตื่นจากความฝัน เธอผู้นั้นหายไปแล้วแต่ร่างใหญ่โตโอฬารของเพื่อนมาเสียบแทน ผมขยี้ตาก่อนจะส่งยิ้มให้มัน มันก็ยิ้มตอบ
"เป็นไง มาถึงเมื่อไหร่มึง" เสียงดังหนักแน่น ชัดเจน เหมือนมีอะไรแอบแฝง
"เพิ่งมาถึงก่อนมึงมาแป๊บเดียว"
"ไหนวะน้ำบูดูที่สั่ง" น่าน..ว่าแล้วต้องมีไรซักอย่างถึงได้มาปลุก แต่ให้ตายเถอะครับผมลืมน้ำบูดูไว้ที่ชุมพร ไม่รู้จะตอบไงรู้สึกอายๆ เพราะสัญญาไว้แล้ว แต่ไม่เป็นไรเป็นครั้งแรก ไม่เหมือนของมันหลายครั้งแล้ว
"กูลืมวะเพื่อน"
"เฮ่ยไรวะ แล้วที่มึงโม้กูไว้นะ กูจะรู้มั้ยเนี้ยะว่าน้ำบูดูของมึงนะจะอร่อยยอดเยี่ยมอย่างที่คุยไว่ป่าว"
ผมนั่งสงบไปอึดใจเดียว ก่อนที่จะบอกกับเพื่อนรักคนนี้
"น้ำบูดูของกู รสชาติมันก็ไม่ต่างอะไรกับหมูผัดกะปิของมึงนั่นแหละเว่ย....ฮึฮึ"
edit @ 2006/05/31 14:00:32
ส่วน "นาชะอัง" เป็นชื่อพื้นที่ที่อาศัยอยู่นะ
สุภาษิตโบราณบอกว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน แล้วมันจะไว้ใจอะไรได้ แม้แต่คนสนิทที่สุดก็ตาม T_T
#1 By ~กวงคุง~ watashi wa HS-TAC desu on 2006-05-02 19:37